Nulled24

เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์

การทำตลาดรถยนต์ถือว่าเป็นงานหินชิ้นหนึ่งเพราะมีคู่แข่งหลากหลายยี่ห้อ ต้นทุนการผลิตก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้รถรุ่นนั้นๆ สามารถต่อกรได้หรือเปล่า รถยนต์ต่างรุ่นแต่ใช้พื้นฐานร่วมกันก็เป็นส่วนหนึ่งในการกดต้นทุนให้ต่ำลงโดยเฉพาะการสต็อกอะไหล่ เมื่อก่อนรถแวนเชฟโรเลตที่พัฒนามาจากรถระบบโคโลราโดมีค่ายไทยรุ่งฯ เป็นคนจัดการ มาถึงปี2012 เชฟโรเลตผลิตรถประเภทนี้เอง เพื่อความสมบูรณ์แบบจะได้ยอดขายเพิ่มขึ้นด้วย

                รถกระบะดัดแปลงจากโรงงานของเชฟโรเลตใช้ชื่อ เทรลเบลเซอร์ เพื่อให้เป็นรถเอสยูวีดี ที่หลายประเทศเรียกกัน แต่ในเมืองไทยถูกจัดให้อยู่ในประเภทพีพีวี แตกไลน์ไปจากรถกระบะที่ได้รับความนิยมมากกันขึ้น เชฟโรเลตคาดหวังยอดขายจากรุ่นนี้มาก จึงนำออฟชั่นต่างๆ มาใส่ไว้เยอะเกินหน้าคู่แข่ง ก็เป็นธรรมดา ที่คนมาทีหลังต้องดีกว่าเก่าไม่งั้นก็แข่งกับคนอื่นไม่ได้

                เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ดีเซลคอมมอนเรล พร้อมเทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.8 ลิตร จะให้กำลัง 180 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สามารถปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจาก 2 ล้อ เป็นสี่ล้อด้วยปุ่มหมุน ใช้งานง่ายปลอดภัยกว่าแบบกด

                เมื่อได้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดมาใช้ เทรลเบลเซอร์ จึงได้อัตราทดเกียร์ 6 อยู่ที่ 0.674 และ ใช้อัตราทดเฟืองท้าย 3.420 สิ่งที่ตามมา คือ รอบเครื่องยนต์ต่ำมาก ปกติรถกระบะทั่วๆไป 2000 รอบต่อนาทีของเครื่องยนต์ที่ใช้ จะได้ความเร็ว 100 กม./ชม. แต่นี่ไม่ หากใช้ความเร็ว 2000 รอบต่อนาที จะได้ความเร็วถึง 125 กม./ชม.การใช้รอบต่ำๆ ก็ต้องมีเทคนิคในการขับด้วย หากความเร็วไม่ถึงเกียร์จะไม่เปลี่ยนเป็นเกียร์สุดท้ายให้ เมื่อความเร็วเกิน 100 กม./ชม. จะต้องยกเท้าหลอกแล้วกดคันเร่งต่อเกียร์ถึงจะเปลี่ยนให้

                ข้อเสียของรอบเครื่องยนต์ต่ำๆ ก็คือ เรียกกำลังมาใช้ไม่ได้ทันท่วงที การขับเทรลเบลเซอร์ จึงเป็นแบบผู้ใหญ่ขับไม่เท้าหนัก ความเร็วจะไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ จากที่ลองรักษาความเร็ว 120 กม./ชม. ดูได้ตัวเลข 10.9 กม./ ลิตรการดูแลรักษา ตรวจเช็คตามระยะจะกำหนดไว้ที่ 20,000 กม. จึงต้องใช้น้ำมันเครื่องเกรดสูงหน่อย เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ แดคทรอน ทู 5 W – 30 ก็จะได้รอบการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมตรวจเช็คตามระยะทางที่กำหนดไว้

                ผ่านถนนเรียบๆ สู่โค้งถนนลูกรังต้องยอมรับว่าพวงมาลัยมีน้ำหนักกำลังดี ช่วงล่างแน่นหนึบเกาะถนนได้ดี การควบคุมรถผ่านเส้นทางขรุขระจึงไม่เหนื่อยนัก ด้วยกำลังที่เยอะการลากรถพ่วงน้ำหนัก 3 ตัน จึงเป็นเรื่องธรรมดาของเทรลเบลเซอร์เส้นทางที่มีหลุมบ่อขุดล่อให้ เทรลเบลเซอร์สอบผ่าน หากดูกันตามธรรมชาติแล้วคงจะหาเจ้าของรถสไตล์นี้ไปลุยเส้นทางโหดๆ คงจะยาก สภาพหลุมบ่อ ที่มีโคลนเลน ผ่านเนินสูงๆไม่ใช่เรื่องยาก เมื่อเลือกระบบขับเคลื่อนตามสภาพเส้นทาง แต่จะเลอะหน่อยเท่านั้นเองเวลาเจอเนินชันๆ อาจจะสร้างความหวาดผวาให้กับหลายๆ คน เทรลเบลเซอร์จึงติดตั้งระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน ระบบสั่งการอัตโนมัติไม่ให้รถไหลลงเวลาออกตัว การจอดค้างบนสะพานชันๆ จึงไม่ต้องเกร็งอีกต่อไป

                อีกระบบที่ช่วยได้เยอะก็คือระบบควบคุมความเร็วบนทางลาดชัน เพียงแค่กดปุ่มเปิด  การทำงานของเครื่องยนต์กับเบรกจะทำงานสัมพันธ์กันโดยคนขับไม่ต้องเหยียบเบรก  เพื่อจำกัดความเร็วของรถซึ่งจะไหลลงช้าๆ บนทางลาดชัน  เมื่อเจอทางราบแล้วกดคันเร่งรถก็จะใช้ความเร็วตามที่ต้องการมีหลายๆระบบที่ติดตั้งมาให้ในเทรลเบลเซอร์ ถึงจะเป็นรถกระบะดัดแปลงแต่ก็ปรับให้เหมาะกับการใช้งานช่วงล่างหลังจากใช้คอย์ลสปริง รวมถึงระบบต่างๆ  ที่ใส่มาให้แบบไม่น้อยหน้ารถเอสยูวี แท้ๆเลยทีเดียว

You might also like