Nulled24

นิสสัน อัลเมร่า เหนือกว่าที่คิด

ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักกับนิสสัน อัลเมร่าใหม่แม้จะมีเครื่องยนต์ใหม่ก็ตาม แต่ก็ยังคงใช้เกียร์ CVT เหมือนกับรถซิตี้คาร์ส่วนใหญ่ในตลาด  ที่ไม่ได้ตอบสนองได้อย่างทันใจตามสไตล์ของเกียร์สายพาน แต่พอได้ขับกันจริงๆแล้วรู้ได้เลยว่าคิดผิดมาก

การปรับเปลี่ยนของ อัลเมร่า ใหม่ทำให้ได้ความสมบูรณ์กว่าที่เคยเป็นช่วยลบจุดด้อยของอัลเมร่าเก่าได้หมดสิ้น  เพราะอย่างที่รู้ๆกันว่า อัลเมร่า ตัวเก่าจะใช้พื้นฐานของ Nissan March มาเป็นรถ 4 ประตูทำให้ได้รถที่ผอมยาวดูไม่ลงตัว

แต่พอเป็นอัลเมร่าใหม่ตัวถังถูกขยายมิติให้กว้างขึ้นยาวขึ้นดูสมส่วนแบบลดปกติถึงจะเป็น Eco Car แต่ตัวถังนั้นกว้างแบบรถ Compact สามารถรองรับการเป็นรถใช้งานได้ทั้งไปทำงานหรือเดินทางไกลได้อย่างสบาย

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ถูกออกแบบให้ดูปราดเปรียวขึ้น กับตัวถังที่กว้างและยาวขึ้น ใช้กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้าใหม่ของนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ LED พร้อม LED Signature Light ทรงบูมเมอแรง ไฟเลี้ยวด้านข้าง และไฟท้ายแบบ Signature Light พร้อมไฟเบรกแบบ LED

 แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้นและ หลังคาแบบลอยตัวส่งต่ออัตลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความต่อเนื่องในรถยนต์นิสสันทุกรุ่นส่วนของเสาด้านหลังตัวรถถูกออกแบบให้กลมกลืน เสมือนหลังคาลอยตัวอยู่ ช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ให้  สง่างามยิ่งขึ้น พร้อมด้วยซุ้มล้อที่ดูชัดเจน เพิ่มภาพสะท้อนจากแสงในแต่ละมุมของตัวรถ เสริมบุคลิก และความโดดเด่นให้กับตัวรถด้วยเส้นสายที่ให้ความรู้สึกทรงพลังลากผ่านจากประตูไปสู่ด้านท้ายของตัวรถ

สิ่งที่ช่วยส่งให้อัลเมร่าใหม่ดูโดดเด่นกว่ารถอีโคคาร์ทั่วไปคือการเลือกเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรใหม่ ภายใต้รหัส HRA0 3 สูบ แถวเรียงแบบ DOHC ความจุ 999 ซีซีมาใช้งาน  ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้าที่5,000รอบ/นาที มีแรงบิดถึง 152 นิวตันเมตรที่ 2,400 – 4,000 รอบต่อนาที ยังมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ เมื่อรถหยุดนิ่ง (Idling Stop) ช่วยให้ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น สามารถเปิด – ปิด ระบบการทำงานได้

เครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรใหม่นี้ ยังเต็มไปด้วยนวัตกรรมทางเทคนิคมากมายเช่น ลูกสูบแบบ Delta Cylinder Head, หัวฉีดแบบ Central Injector และ Turbocharger ที่การควบคุมไอเสียด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงเทคโนโลยีเคลือบบนกระบอกสูบแบบ Mirror Bore Coating เช่นเดียวกับที่ใช้ในรถซูเปอร์สปอร์ตอย่าง Nissan GT-R ซึ่ง เพิ่มความทนทาน ช่วยลดการสึกหรอ และน้ำหนักของกระบอกสูบ ในขณะที่ปรับปรุงเรื่องการระบายความร้อนและการเผาไหม้

แต่สิ่งที่ช่วยผลักดันให้นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ดูโดดเด่นขึ้นไปอีกก็คือระบบเกียร์เพราะถ้าเครื่องยนต์แรงแต่เกียร์กลับนำกำลังที่มีลงสู่ถนนได้ไม่ต่อเนื่องก็เสียแรงเปล่า  ทางนิสสันจึงเลือกเกียร์แบบ XTRONIC CVT พร้อม D-Step Logic มาใช้งานช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล แต่ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและทันใจ ตอบสนองอัตราเร่งแซงที่ดีขึ้น ช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพและประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีขึ้นกว่าเดิม

ด้วยเทคโนโลยี D-Step Logic การทำงานของเกียร์ CVT ใน นิสสัน อัลเมร่า ใหม่จะรู้สึกดึงในช่วงความเร็วต่ำแค่กดคันเร่งเบาๆอัตราเร่งก็มาเกินความต้องการโดยที่รอบเครื่องยนต์ไม่ได้สูงมากนัก  เป็นประโยชน์สำหรับความประหยัดแม้ต้องกดคันเร่งบ่อยๆเพื่อออกตัวอย่างที่ต้องใช้งานในเมือง

เจอถนนโล่งๆอยากทำความเร็วหรือจะแซงรถคันข้างหน้าก็สามารถกดคันเร่งหนักได้โดยรอบจะขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 5,000 รอบต่อนาทีแล้วจะลดลงมาเป็นขั้นบันไดโดยไม่คาอยู่ที่รอบสูงแบบเกียร์ CVT รุ่นเก่า  เป็นความสัมพันธ์ของรอบเครื่องยนต์กับความเร็วที่ไปคู่กันจึงไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นนิสสัน อัลเมร่า ใหม่จะวิ่งแซงผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว

ประโยชน์ของการออกแบบเกียร์แบบนี้จะช่วยให้รอบเครื่องยนต์ไม่สูงนัก ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะอยู่ที่ 1,950 รอบต่อนาทีและการที่ไม่แช่รอบเครื่องยนต์สูงเอาไว้นานๆทำให้ได้ความประหยัดเพิ่มขึ้นเยอะ  การใช้งานทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 20.4 กิโลเมตรต่อลิตรจากการกดคันเร่งหนักๆเพื่อลองดูอัตราเร่งในบางครั้ง แต่ถ้าใช้งานปกติทั่วไปตัวเลขคงได้เกิน 21 กิโลเมตรต่อลิตรแน่นอน

ภายในของนิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดดูมีสไตล์ ใช้วัสดุคุณภาพสูง และเน้นความปราณีตในการประกอบ ช่วยเสริมความโดดเด่นและความหรูหราให้กับรถคันนี้ ด้วยปรัชญาการออกแบบลายเส้นของปีกเครื่องร่อนของนิสสัน ถูกนำไปใช้ตกแต่งในส่วนแผงหน้ารถ ทำให้ผู้ ขับขี่สามารถสัมผัสได้ถึงแนวเส้นโค้งที่โฉบเฉี่ยวบริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งมอบความประทับใจ และความสวยงามจากแนวปีกที่กว้างขึ้น

เบาะนั่งเป็นเบาะผ้าสีดำตัดขอบสีเทาให้ความสวยงามและความสะดวกสบาย สำหรับเบาะนั่งด้านคนขับสามารถปรับระดับเพื่อความเหมาะสมกับขนาดร่างกายส่วนด้านหลังที่นั่งมีช่องเก็บของอเนกประสงค์

ระบบช่วงล่าง ด้านหน้า เป็นแบบ อิสระ แม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ขณะที่ด้านหลัง เป็นแบบ ทอร์ชัน บีม พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวล ยึดเกาะถนน และรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ดี พวงมาลัย แร็ค แอนด์ พิเนียน มีรัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร พร้อมระบบเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า ช่วยให้รถมีความคล่องตัวในทุกสภาพเส้นทาง

You might also like