Nulled24

Corolla Cross Hybrid เดินทางไกลก็ประหยัด

ถือว่าประสบความสำเร็จอีกรุ่นหนึ่งสำหรับ Toyota Corolla Cross เห็นได้จากรถป้ายแดงที่อยู่ตามท้องถนนมีให้เห็นกันบ่อยๆแม้ว่าเศรษฐกิจเมืองไทยในยุคนี้ยังไม่ค่อยดีนัก  ตอนนำรถไปจอดในปั๊มน้ำมันก็ยังมีผู้ใช้ Corolla Cross เข้ามาทักทายอีกด้วย

แม้ว่าจะมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบทั้งเครื่องยนต์ธรรมดาและ Hybrid แต่ในรุ่น Hybrid จะเห็นได้บ่อยกว่าเนื่องจากความประหยัดที่มีมาให้มากกว่ารุ่นปกติ  กับจุดเด่นของสีฟ้าที่เพิ่มเติมเข้าไปทำให้เห็นได้ถึงความแตกต่างไปจากรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ธรรมดา

 

การปรับตัวเองไปเป็นรถครอสโอเวอร์ที่มีตัวถังสูงย่อมได้ใจคนใช้โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่จำเป็นต้องขับรถลุยบนเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังการได้รถตัวถังสูงๆย่อมดีกว่าตัวถังเตี้ยอยู่แล้ว

ถึงจะใช้ชื่อ Corolla นำหน้าแต่ก็ไม่รู้สึกถึงความเป็น Corolla ในความแตกต่างของรูปโฉม  โดยเฉพาะกระจังหน้าขนาดใหญ่ทรงชามคว่ำ  แต่ไม่ต้องกังวลว่ากระจังหน้าใหญ่ๆแบบนี้จะต้านลมเพราะเป็นกระจังหน้าทึบช่องรับลมจริงๆจะอยู่ตรงด้านล่างโดยมีแผ่นสีอลูมิเนียมเสริมมาให้ดูเหมือนกับเป็นการ์ดกันกระแทก

ในรถรุ่นนี้จะใช้ไฟหน้า LED Projector แบบ Hybrid ที่ให้แสงสว่างอย่างชัดเจน  มีระบบควบคุมเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ follow-me-home ส่วนไฟตัดหมอกก็เป็นแอลอีดีเช่นกัน  ที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้ก็คือไฟ Day Time Running Light ใน Corolla Cross จะเป็นแบบ Light Guiding ติดตั้งมาให้

ตัวถังด้านข้างจะเพิ่มเส้นสายเข้ามารวมถึงส่วนที่มีความโค้งเว้าทำให้ตัวรถดูมีมิติ  ความรู้ลมของตัวรถทำได้ดีจากเส้นสายของหลังคาที่ไปสู่ด้านท้ายลาดเอียงซึ่งจะช่วยลดลมหมุนวนในส่วนท้ายได้เป็นอย่างดี  ส่วนบนหลังคาก็จะมีราวสำหรับการติดตั้งแร็คหลังคาเพิ่มเติมหากต้องการขนสัมภาระมากขึ้น

การมีประตูท้ายเพิ่มเข้ามาก็ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานโดยเฉพาะเมื่อมีสัมภาระขนาดใหญ่ หลังคาจะถูกบีบเข้าหากันในแบบรถเก๋ง  ไฟท้ายจะเป็นแบบ LED Light guiding ด้านบนติดหลังคาจะมีสปอยเลอร์ช่วยลดลมหมุนวนอีกทาง  ส่วนเสาอากาศจะใช้เป็นแบบครีบฉลาม  ในรถรุ่นนี้จะมีไฟเบรคดวงที่ 3 ที่เป็นแอลอีดีมาให้ด้วย

จากการที่ใช้พื้นฐานเดียวกับ Corolla ทำให้ภายในดูกว้างขวางเข้าไปนั่งแล้วไม่รู้สึกอึดอัด  แผงคอนโซลดูแยกเป็น 2 ชั้นใช้วัสดุบุนุ่ม  การออกแบบช่องแอร์ดูเข้ากันได้ดีกับแผงคอนโซล  ปุ่มควบคุมในรถรุ่นนี้มีน้อยชิ้น  โดยใช้จอสัมผัสขนาด 9 นิ้วที่ลอยตัวออกมาจากแผงคอนโซลรองรับ Apple Car Play Bluetooth และ USB ส่วนระบบปรับอากาศจะเป็นแบบอัตโนมัติ Dual Zone ปรับอุณหภูมิด้านซ้าย – ขวาอย่างอิสระ พร้อมช่องระบายอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) ทรงกลมวงใหญ่จับได้เต็มไม้เต็มมือ มีปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยในแบบมัลติฟังก์ชั่น ด้านหลังจะเป็นจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID (Multi Information Display) ขนาด 7 นิ้ว มีวัดความเร็วอยู่ตรงกลางไม่มีวัดรอบเครื่องยนต์  กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ

เบาะนั่งหนานั่งสบายในสไตล์รถครอบครัวโดยเบาะคู่หน้าจะมีการเจาะช่องเล็กๆตรงพื้นเบาะและแผ่นหลังไว้ระบายอากาศ เบาะคนขับจะปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทางซึ่งเบาะนั่งในรถรุ่นนี้สามารถที่จะนั่งได้สบายรองรับการเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี ซึ่งในรถประเภทนี้คนที่ใช้ก็จะใช้ทั้งเดินทางในเมืองล่ะก็เดินทางไกลอีกด้วย

เบาะนั่งด้านหลังสามารถแยกพับได้แบบ 60:40 เอาไว้รองรับการขนสัมภาระขนาดใหญ่ได้สบาย พนักพิงเบาะนั่งด้านหลังยังปรับเอนได้ 6 องศา มีพนักวางแขนด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำและช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหลังมาให้พร้อม

สะดวกสบายกับประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์เปิด-ปิดประตูท้ายแบบ Kick Activated โดยมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีความจุมากถึง 487 ลิตร

ข้อจำกัดของรถไฮบริดในอดีตคือประหยัดในการขับขี่แบบรถไหลๆ หยุดๆ ตามในเมืองและชานเมืองแต่จะกินน้ำมันมากกว่าเมื่อเดินทางไกลแต่ Toyota แก้ไขในจุดนี้ได้กับเครื่องยนต์ 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าด้วยระบบการเผาไหม้แบบ Atkinson Cycle พร้อมระบบ VVT-i ที่ประหยัดเชื้อเพลิง และรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมPCU (Power Control Unit) พัฒนาให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น ช่วยให้ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พลังงานส่วนเกินถูกกักเก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริด Ni-MH ที่มีขนาดเล็กลงแต่เก็บประจุไฟฟ้าได้เร็วขึ้น และสามารถจ่ายไฟให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาระบบระบายความร้อนใหม่ ทำให้มีความทนทานและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ E-CVT พร้อม Shift Lock ชุดระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลต่อเนื่อง ช่วงออกตัวทำได้รวดเร็วทันใจจากการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าทำให้ออกตัวราบรื่นรวดเร็ว  ใช้การชาร์จไฟในตัวขณะขับขี่จึงสามารถแปลงพลังงานส่วนเกินให้เป็นพลังงานไฟฟ้าสะสม หมดกังวลเรื่องสถานีชาร์จไฟ ไร้เสียงรบกวนตลอดการเดินทาง ไม่มีเสียงรบกวนโดยสิ้นเชิง เมื่อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

ความประหยัดเป็นผลมาจากการขับขี่ปกติด้วยความเร็วคงที่เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม เพื่อประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด พลังงานส่วนเกินถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า ส่งไปเก็บสะสมในแบตเตอรี่ไฮบริด ขณะเร่งความเร็วเครื่องยนต์ และระบบ Full Hybrid พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว ผสานการทำงานร่วมกันอย่างเต็มพลังแบตเตอรี่ส่งพลังงานไฟฟ้าเสริมเต็มกำลัง เพื่ออัตราเร่งสูงสุดทำให้การเดินทางไกลสามารถทำอัตราบริโภคน้ำมันได้ถึง 21 กม./ลิตร กับการใช้ความเร็วแถวๆ 120กม./ชม. ส่วนอัตราบริโภคเฉลี่ยอยู่ที่ 23 กม./ลิตร

You might also like