Nulled24

1975-1978 JAGUAR XJ-C..ถ้าจะต้องมี สักคัน !?!

ยุค ‘คูเป้-ฮาร์ดท้อป’ หรู 2 ประตู 4 ที่นั่ง นอกจาก Made in The USA แล้วก็เห็นจะมีแค่ Benz SLC กับ XJ-C เท่านี้ละ ดังนี้การปล่อยปละให้ SLC 450 ออกอาละวาด = โทษประหาร XJ-C อิอิอิ )))

#Woke Classic ที่ผ่านมาได้เคยนำเสนอ XJ-S – The Super Classic สาย Jaguar ที่ปัจจุบันมีราคาเพียงเท่ากระบะมือสองของเมืองไทย ในขณะที่อะไหล่เก่าใหม่ยังมีให้ช๊อป ป ป ..HA Ha ha a a )))

มาวีคนี้ Woke Classic เจ้าเก่าใคร่ขอกระหน่ำ นำเสนอ XJ-C คลาสสิคคาร์สาย UK ที่หายากกว่าด้วยยอดการผลิตเพียง 1 ใน 10 ของ XJ-S แค่หมื่นกว่าคัน (ขณะที่ XJ-S โมเดลสมัย Modern Classic ได้ยอดการผลิตสร้างกำไรจาก 1975-1991 เหยียบ 100,000 คัน น น ..Surprise !?! )

            1975-1978 #Jaguar XJ-C ประกอบด้วยโมเดล XJ-C, XJ6-C, XJ12-C บนแชสซี่ส์ #XJ Saloon Series II ด้วยยอดผลิตเพียง 3 ปีจึงนับว่า..ท่านศักดิ์สิทธิ์แท้ และ หายากส ส ส ส ..HA Ha ha a a )))

( นี่จะยังไม่ขอนับรวม Top Classic 3 อรหันต์ #Daimler Sovereign Coupé , #Daimler Double-Six Coupé Daimler และ  #Vanden Plas XJ-C  ซึ่งหาได้ยาก ส ส ส  ทั้งไม่นิยมมากนักในหมู่ XJ-C Fan Club ..อิอิอิ )

XJ6 / 12C  ผลิตภัณฑ์ของท่าน Sir )))

XJ-C คือ JAG-Jaguar ที่ดูดีมีชื่อสกุลแท้ว่า XJ Coupes 2 Doors – Hard Top – Pillar less ไร้เสากลาง ที่หายากกว่าถ้าเทียบกับเก๋งมาตรฐาน XJ Saloon และ GT XJ-S เทียบไม่ติด

แนวคิดนี้มีมานานพอกันกับ #1971-1981 Mercedes Benz SLC (C107) .. ซึ่ง Sir William Lyons CEO ปธ.ใหญ่แห่ง Browns lane Coventry UK จะลั่นไก M-B-SLC ก็ไปถึงสวรรค์ เพราะตลาดคูเป้หรู 4 ที่นั่งนอกจาก Made in The USA แล้วก็เห็นจะมีแค่ Benz SLC และ XJ-C เท่านี้ละ ดังนี้การปล่อยปละให้ SLC 450 ออกอาละวาด = โทษประหาร XJ-C อิอิอิ )))

1973 กว่าถั่วจะสุก ก ก !?!

หะแรก ก ก เพื่อคุมต้นทุน Jag ค่อยจัดแต่งทรงผมให้กับรุ่น XJ Sedan ให้ XJ-C มี 2 Doors  ( *Sir W-Lyons CEO แอบมีแนวคิดเกี่ยวกับรถเก๋งสองประตูนี้มาตั้งแต่ปี 1966 หลังจาก M-B เหลา #1964 W107 ออกมากวาดตลาดยุคนั้น)

แต่ในที่สุด JAG –Coupe ก็ถูกแช่แข็งเป็น #Concept Betone 420 Coupe เป็นอันจบ..อย่างไรก็ตามกว่า JAG จะเสือทะยานอีกครั้ง ก็ปาเข้าไปยุค XJ –Series II  ซึ่งMinor Changed ปรับใหม่รับ ให้ทันสมัยตามกฎหมาย 1970-1974 USA –Safety Laws ..JAG จึงเพิ่งลั่นการผลิต XJC – Coupe บนพื้นฐานเรือนร่าง XJ-Saloon ในปี 1973 กว่าถั่วจะสุก !?!

XJ-C ปรากฏร่างครั้งแรก @1973 British Motor Show โตๆ มัน มันส์ ..ทั้ง 6 Cyl 4.2 และ V12 5.3 ทันที่ในปีโมเดล 1974 แต่เนื่องจากยุคนั้น XJ Series II ขายดิบดีเกินคาด การผลิต XJ-C จึงมาล่าช้าล่าช้าไปจนถึง 1975 กว่าถั่วจะสุก ก ก ก !?!..หุ หุ หุ

        ตัวถังคูเป้สองประตูบนแพลตฟอร์มมาตรฐาน XJ ที่หดสั้นให้ Short & Smoothกว่าเมื่อ Pillar less ไร้เสากลางและกรอบหน้าต่างด้วยตัวถังลู่ลมกว่า พร้อมเพิ่มความแข็งแกร่งกล้ามท้องของแชสซีส์โครงสร้าง และปัญหาในการลดเสียงลมด้วยการล้มกระจกหน้าและลาดลงของกระจกรอบคันไปยันกระจกหลัง ผลที่ได้คือ XJ-C ที่ห้องโดยสารเงียบเชียบเทียบกับเก๋ง XJ Series II จึงนับว่าประสบผล

ยุคต้นหัวฉีด EFI

ครั้นเมื่อ XJ coupes พร้อมทั้ง XJ6C และ XJ-C – V12 พร้อมระบบหัวฉีด Lucas D-Jet ของอังกฤษสู้ไม่ไหว !!! ..(* สมัยก่อนจะมาใช้ ND-Denso EFI L-Jetronic ของญี่ปุ่นในรุ่นหลังๆ) จากนั้นก็ลง Titanic เอ๊ย !..-Atlantic to USA (*ยกเว้นใน UK & EU ในอังกฤษและยุโรป ที่ยังคงใช้ระบบ คาร์บูเรเตอร์เรียงเป็นตับ บ บ  ) และทุกรุ่นมาพร้อมกับเครื่องปรับอากาศและระบบเกียร์อัตโนมัติ Borg Warner เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รถเก๋งทุกคันติดตั้งหลังคาไวนิลสีดำยอดฮิตเป็นอุปกรณ์เต็มมาตรฐานผู้ดีอังกฤษ

         โดยรวมแล้ว XJ-C นั้นค่อนข้างได้ SEXY มีสัดส่วนเมื่อเทียบ M-B SLC ที่ดูแข็งเชย เมื่อไร้เสากลาง XJ-C ให้ความรู้สึก “Relax เปิดกว้าง” ทั้งบรรยากาศและอารมณ์ความสุข ซึ่งปรกติบรรยากาศดีๆแบบนี้มักมีใน Convertible กับรถเปิดประทุนเท่านั้น

ระยะฐานล้อที่สั้นลงจากการตัดเสากลาง ทำให้รถดู Sport Looks มีความสมดุลและทะยานไปในท้องถนนและอากาศธาตุอย่างไม่น่าเชื่อ XJ-C สั้นกว่า XJ Saloon ราว 4 นิ้วแต่เป็นภาพที่สวยงามมากขึ้น ประตูมีขนาดยาวห่มห้องโดยสาร 4-5ที่นั่ง แม้เบาะหลังจะหดลงเล็กน้อยสำหรับก้นไซส์ยุโรป แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับการเข้า-ออกด้วย 2 ประตูยาวกว่า และกรอบกระจกรอบคันที่หายไป ช่วยให้ XJ-C ดูดีเป็นสปอร์ตคูเป้มีระดับ

อรหันต๋..JAG )))

1975-1978 การผลิต  XJ-C เพียงจำนวน 9,378 คัน โดยแบ่งเป็น 6Cyl 4.2L = 6,505 คัน และ V12 5.3 L=1873 คัน (*ทั้งยังมี Convertible XJ-C –Cabrio เปิดประทุนดัดแปลงรวม 16 รายการโดย Lynx Cars  & Avon ให้กลายเป็นสไตล์รถเปิดประทุนที่พับเก็บด้วยไฟฟ้า แต่มิใช่ไลเซ่นต์จากจากัวร์

          แน่นอนว่า XJ-C มีราคาสูงกว่ารถ XJ Saloon  และ XJ-S Sport  แต่ด้วยยอดการผลิต เพียงไม่เกินหมื่นคัน ปัจจุบันทำให้มันมีราคาเทียบเท่ากระบะมือสอง ง ง ..แถมชิ้นส่วนอะไหล่ยังมีให้ร่วมไปกับ XJ  ซึ่งนั่นจะทำให้ XJ-C มีอันดับขัณฑ์..ขึ้นชั้นเป็นอรหันต์ JAG -Jaguar Cars..ถ้ายังหาเจอะนะ..สหายเอ๋ย ย ย ย..อิอิอิ )))

XJ-C แน่นอนว่ายังมีหลวงพี่..อรหันต์เดมเลอร์  #Daimler Sovereign Coupé 6Cyl 4.2L & Daimler Double Six Coupé – V12 5.3L และ XJ-C Vanden Plas ที่มีจำนวนนับคัน..ดังนั้นหากจะรึจะเล่น..รีบๆเลยนะ..สหายเอ๋ย อิ อิ อิ )))

1975-1978 Jaguar XJ-C  (Jaguar XJ-C, XJ6-C, XJ12-C)

  • Factory                    Browns Lane  Coventry, England
  • Productions             10,487 Cars
  • Body Style               2 Doors Hard Top -Coupé
  • Engine                    6cyl DOHC 4.2 L V12 SOHC 5.3 L
  • Power                     170 bhp @ 5,500 rpm ( V12 285 bhp @ 5,750 rpm)
  • Fueling                    2x SU or 2x Stromberg 175 CD Later Lucas EFI or Lucas-Bosch L-Jetronic Lucas EFI or ND –Denso EFI
  • Gear                       RWD 4Speed + Overdrive /  Borg-Warner/GM 3 Speed Automatic
  • Dimensions              Wheelbase   2,762 mm
  • L x W x H                4,845 x 1,772 x 1,375  mm
  • Weight                    1,837 kg
  • Top Speed               4.2 L 185 / V12  230 km/h
You might also like