Nulled24

โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ใส่ความสปอร์ตให้รถซีดาน

นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งอีกครั้งสำหรับโตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ใหม่ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้นับว่าเยอะมาก นอกจากจะเป็นเรื่องของตัวถังแล้วก็ยังมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งแบบธรรมดา 1.6 และ 1.8 ลิตรและนี่ก็เป็นครั้งแรกด้วยเช่นกันสำหรับการนำเครื่องยนต์ไฮบริดมาวางในโคโรลล่า อัลติส อีกด้วย

หากมองย้อนไปในอดีตโคโรลล่าได้สร้างตำนานมากว่า 50 ปี โดยโคโรลล่ารุ่นแรก เริ่มผลิตในญี่ปุ่นตั้งแต่ปีพ. ศ. 2509 ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้กลายเป็นรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดภายในสามปีและกระจายไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จนถึงปัจจุบันโคโรลล่ามียอดขายสะสมมากกว่า 47 ล้านคัน  ทุกๆ 15 วินาทีรถยนต์โคโรลล่าหนึ่งคันจะถูกขายออกไป ถือเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดสำหรับโตโยต้า

ในปีพ. ศ. 2509 โคโรลล่าก็ได้เปิดตัวในประเทศไทยด้วยเช่นกัน จากผลตอบรับอย่างท่วมท้นของลูกค้าชาวไทยช่วงกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา โคโรลล่าสามารถครองความนิยมในฐานะรถยนต์นั่งที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดในประเทศไทย และเดินเคียงข้างกับคนไทยอย่างแท้จริง ด้วยยอดขายสะสมกว่า 800,000 คัน

โคโรลล่า อัลติสใหม่ที่เปิดตัวกันเมื่อไม่นานมานี้จะเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 12แล้ว ด้วยดีไซน์ภายนอกอันโดดเด่นเหนือใคร มีเส้นสายที่หนักแน่นเด่นชัดรอบคัน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรง จากการออกแบบภายใต้แนวคิด“Shooting Robust” จึงได้เส้นสาย ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ให้ความหนักแน่น

สำหรับรุ่นนี้จะเป็นรุ่น Corolla Altis GR-Sport ที่พัฒนาภายใต้แนวคิด“ Gazoo Racing Sport” โดยรุ่น GR-Sport นี้จะมาพร้อมกับแพ็คเกจพิเศษที่เพิ่มแอโรไดนามิกเข้าไปด้วยชุดแต่งรอบคัน โดยทางโตโยต้าตั้งราคาไว้ที่ 999,000 บาท ซึ่งเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมถึงชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่ใส่ให้มาด้วย

ภายในพัฒนาภายใต้แนวคิด “Clean & Wide” สอดรับกับตัวรถที่กว้างขวาง ทันสมัย ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการตกแต่ง ให้ได้ความรู้สึกเรียบหรูเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อีกทั้งยังออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก

ในรถรุ่นนี้จะเพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบครันกับปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและควบคุมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย โดยด้นหลังพวงมาลัยก็จะมีมาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีขนาด 4.2 นิ้ว

เป็นการคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานจริง ให้ความเพลิดเพลินและสะดวกสบายตลอดการเดินทางกับ เบาะหนังคู่หน้าทรงสปอร์ตดีไซน์สีดำตกแต่งสีแดง บนแผ่นหนังจะมีการเจาะรูเล็กๆเอาไว้กระจายทั่วทั้งเบาะช่วยระบายความร้อนและความชื้นออกจากแผ่นหลังได้อย่างรวดเร็ว

ให้ความสะดวกในการใช้งานกับPush Start ระบบสตาร์ทอัจฉริยะที่ไม่ต้องใช้กุญแจ ให้ความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้นกับBack Guide Monitor กล้องมองภาพขณะถอยหลังที่มีความจำเป็นมากขึ้นสำหรับความปลอดภัยในรถยนต์ยุคใหม่นี้

การวางตำแหน่งของเบาะหลังที่มีมุมเอียงของพนักพิงในระดับพอดีจะช่วยให้รู้สึกสบายในการเดินทาง ซึ่งพื้นที่ของเบาะหลังจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 3 คนพร้อมเข็มขัดนิรภัยครบทุกตำแหน่ง

การนั่งในตำแหน่งเบาะหลังจะไม่รู้สึกร้อนอบอ้าวกับเมืองร้อนของบ้านเราเพราะมีช่องแอร์หลังติดตั้งเอาไว้มาให้พร้อม เป็นความคำนึงถึงการใช้งานจริงของ Corolla Altis ใหม่นี้โดยมีที่เท้าแขนของเบาะหลังพับเก็บไว้ตรงพนักพิงอย่างที่ไม่ได้ใช้งานด้วย

ในด้านสมรรถนะของการขับขี่ที่เหนือชั้นเกินใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Architecture) เพื่อให้ความสนุกสนานในการขับขี่อย่างเต็มที่จากเครื่องยนต์ 2ZR-FBE ขนาด 1.8 ลิตร 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 177 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที รองรับการใช้น้ำมัน E85 ได้

 ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ SUPER CVT-i 7 สปีดพร้อม Sequential Shift ขีดสุดแห่งความแรง ด้วยอัตราเร่งเต็มพลังตอบสนองได้ดั่งใจ เพื่อการขับขี่ที่เต็มประสิทธิภาพ พร้อมPaddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย รอบเครื่องยนต์ไม่สูง 100กม./ชม.อยู่ที่1,800รอบ/นาที อัตราเร่งมาแบบนุ่มนวลไม่มีอาการกระชากให้เห็น

ระบบกันสะเทือนหน้า MacPherson Strut ส่วนระบบกันสะเทือนเป็นแบบ Double Wishbone Suspension อิสระแบบปีกนกคู่ เพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่แต่ยังคงไว้ซึ่งการเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม เพิ่มความมั่นคงของรถจากโครงสร้างเหล็ก Body Rigidity ที่แข็งแรง พร้อมเพิ่มจำนวนจุดเชื่อมตัวรถ (Spot Welding) เพื่อช่วยรองรับแรงบิดที่มีต่อตัวถัง เพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและเกาะถนนให้ดีขึ้นอีกด้วย

You might also like