Nulled24

แก่นแท้ที่ทำให้ มาสด้า CX-30 คือที่สุดแห่งครอสโอเวอร์เอสยูวีระดับโลก

มาสด้า CX-30 เผยโฉมสู่สาธารณชนในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ การปรากฏกายขึ้นครั้งแรกสร้างความฮือฮาตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก เกิดกระแสตอบรับเป็นอย่างดีและสร้างชื่อเสียงกระหึ่มไปทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว เพราะนี่คือ ครอสโอเวอร์เอสยูวีที่เป็นต้นแบบแห่งความสง่างาม ภายใต้การออกแบบ KODO Design เจเนอเรชั่นใหม่ ถูกถ่ายทอด DNA จากยานยนต์ต้นแบบ VISION COUPE อันเกิดจากศิลปะของแสงและเงา The artistry of light เกิดเป็นนิยามใหม่ของความมีชีวิตชีวา Breathing life into the car โดยนำปรากฏการณ์ความสวยงามตามธรรมชาติผ่านการรังสรรค์ด้วยความประณีตก่อเกิดเป็นความวิจิตรงดงามเฉกเช่นผลงานศิลปะชิ้นเอก เพื่อส่งมอบความมีชีวิตชีวาให้กับรถยนต์เสมือนมีชีวิต ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน ทำให้รถรุ่นนี้คว้ารางวัลอันทรงเกียรติมากมายจากทั่วโลก วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดกันว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้ CX-30 กลายเป็นต้นแบบแห่งความสง่างาม อะไรคือแก่นแท้ที่ทำให้ CX-30 ได้รับความนิยมจากชาวไทยมาจนถึงวันนี้

  1. พรีเมี่ยมครอสโอเวอร์ต้นแบบแห่งความสง่างาม สปอร์ต โฉบเฉี่ยวทุกมุมมอง

ความหรูหราสง่างามที่แตกต่างจากครอสโอเวอร์ทั่วๆ ไป คือสิ่งที่ดึงดูดให้ผู้พบเห็นต่างหันกลับมาเหลียวมอง CX-30 ซึ่งความสง่างามนี้เกิดจากการยกระดับการออกแบบให้เกิดการเคลื่อนไหวที่งดงามและโดดเด่นตามแนวคิด KODO: Soul of motion เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่นที่มีความสง่างามเฉกเช่นเดียวกับรถต้นแบบ VISION COUPE ที่เผยโฉมในปี 2560 รถรุ่นนี้จึงโดดเด่นและแตกต่าง โดยการลดทอนบางสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป Less is More เกิดเป็นความเรียบง่ายแต่หรูหรา สะดุดตาจากการสะท้อนของเส้นสายและแสงเงาที่ตกกระทบบนตัวรถเป็นรูปตัวเอส และกลายเป็นความงามที่ผสมผสานกับความพลิ้วไหวสไตล์รถคูเป้และความแข็งแกร่งของเอสยูวี ที่โฉบเฉี่ยว มั่นคง และทรงพลัง ต้องตาต้องใจผู้พบเห็น จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นรถต้นแบบแห่งความสง่างาม

  1. ภายในหรูหรา พรีเมี่ยม กว้างขวาง เติมเต็มทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต

ภายในของ CX-30 แสดงออกถึงความโดดเด่นและมีคุณภาพอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้เฉพาะวัสดุคุณภาพสูง การออกแบบอย่างพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียด การตัดเย็บอย่างประณีตราวกับงานทำมือ เลือกใช้การตกแต่งภายในด้วยเบาะหนังสีน้ำตาลเข้มที่ช่วยสร้างความรู้สึกภูมิฐานและพรีเมี่ยมได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น พื้นที่ภายในห้องโดยสารยังได้ถูกพัฒนาให้มีความกว้างขวางเพียงพอสำหรับผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นระยะห่างระหว่างเบาะนั่ง พื้นที่บริเวณคอนโซลกลาง ที่พักแขนบริเวณประตูและความกว้างของห้องโดยสารด้านหลัง ทำให้ผู้โดยสารสามารถแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ กับครอบครัวหรือเพื่อนได้ตลอดการเดินทาง ไม่เพียงเท่านั้น รถรุ่นนี้ยังออกแบบโดยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายเพื่อตอบสนองทุกรูปแบบของการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว

  1. อัดแน่นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์สกายแอคทีฟอัตราเร่งดีและประหยัดน้ำมัน

CX-30 ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมและคล่องตัวทุกการใช้งาน ด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซินขนาด 2.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะความแรง ด้วยพละกำลังสูงสุดถึง 165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ฉีดเชื้อเพลิงสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง ทำให้ประหยัดน้ำมันได้สูงสุดถึง 15.4 กิโลเมตรต่อลิตร รองรับน้ำมันได้สูงสุดถึง E85 และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานในระดับสากล จึงทำให้รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

  1. ความปลอดภัยระดับโลกด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense มากถึง 12 ระบบ

รถรุ่นนี้พรั่งพร้อมครบครันด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สามารถคาดการณ์ และส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุได้รอบทิศทาง เช่น ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า, ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง, ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ, ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance และอีกหลากหลายเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง ที่ช่วยปกป้องและป้องกันผู้โดยสารไปในทุกเส้นทาง

  1. ห้องโดยสารเงียบขึ้นช่วยให้เพลิดเพลินตลอดการเดินทาง

CX-30 ถูกยกระดับความเงียบภายในห้องโดยสาร โดยเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีที่ช่วยเก็บเสียงและดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของฉนวนโดยใช้โครงสร้าง “ผนังสองชั้น” ที่เว้นช่องว่างระหว่างพรมปูพื้นกับแผงตัวถังด้านล่าง ระหว่างแผงประตูกับแผงตกแต่งด้านใน และลดจำนวนรูให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของฉนวนกันเสียง รวมถึงยังใช้การซีลภายในตรงขอบประตูหลังเพื่อช่วยลดเสียงรบกวนที่เกิดจากลมที่พัดผ่านช่องว่าง และลดเสียงจากพื้นถนนด้วยเช่นกัน จึงทำให้ CX-30 กลายเป็นรถที่มีความเงียบ ช่วยให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินกับบทสนทนาหรือการพักผ่อนไปตลอดการเดินทาง

  1. ขับง่าย นั่งสบาย เกาะหนึบทุกการเข้าโค้งด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง

รถรุ่นนี้มาพร้อมแพลตฟอร์ม SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ตำแหน่งการขับขี่เป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับสรีระมากที่สุด โดยออกแบบให้เบาะนั่ง ตัวถัง และแซสซี ทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus ที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของล้อทั้ง 4 ให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้ง่ายและเป็นธรรมชาติ ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการขับขี่ และลดอาการโคลงตัวของรถช่วยให้ผู้โดยสารนั่งสบายยิ่งขึ้น

  1. จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมลำโพง Bose® รอบทิศทาง

ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัวด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดที่ถูกติดตั้งมาพร้อมกับตัวรถ สามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay® และ Android Auto™ ช่วยให้สามารถใช้งานฟังก์ชั่นสำคัญๆ โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว ควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงช่องเชื่อมต่อ USB 2 ช่อง และยังเสริมสร้างสุนทรียภาพภายในห้องโดยสารด้วยระบบเสียงคุณภาพสูงจาก Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

  1. อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต

สิ่งอำนวยความสะดวกสบายของ CX-30 จัดว่าครบครันไม่แพ้รถรุ่นไหน ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ได้ 2 ตำแหน่ง แผงหน้าปัดและมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอล TFT LCD หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน พร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยเบาะหลังแบบพับได้ 60:40 แยกอิสระจากกัน และประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างสะดวกสบายและคล่องตัว

  1. การสื่อสารการตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน

มาสด้าวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ไว้อย่างชัดเจน CX-30 มากับคอนเซ็ปต์ LIFE’S ALWAYS ON “เติมชีวิตให้เต็มความหมาย” เป็นรถยนต์ที่เข้ามาเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตของลูกค้า เพื่อออกไปแสวงหาและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านของชีวิตจากบทบาทหนึ่งไปสู่อีกบทบาทหนึ่ง อาทิ จากคนโสดสู่การมีคู่ชีวิต ต่อเนื่องไปสู่การเป็นครอบครัวขนาดเล็ก ที่ใช้เวลาร่วมกันบนรถยนต์ในการออกไปค้นหาเรื่องราวใหม่ๆ ในชีวิตประจำวันและได้ร่วมแบ่งปันกับคนที่เขารัก CX-30 เป็นรุ่นที่สองของรถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ที่ให้คุณภาพดีเยี่ยมในทุกพื้นที่และทุกการเดินทาง

ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมในทุกมิติ จึงทำให้ CX-30 เป็นครอสโอเวอร์ต้นแบบแห่งความสง่างามในระดับโลกที่มีความหรูหราสง่างาม บ่งบอกสไตล์พรีเมี่ยม พร้อมที่จะเข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตให้มีความหมายมากยิ่งขึ้น พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าไปในทุกจังหวะของชีวิต และนี่คือครอสโอเวอร์ที่ตอบโจทย์ความสมบูรณ์แบบมากที่สุดในปัจจุบัน ที่สำคัญมาสด้าต้องการให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความเพลิดเพลินที่หลากหลาย ด้วยการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่สามารถเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าออกแสวงหาและค้นพบสิ่งใหม่ๆ เป็นส่วนหนึ่งในการออกไปใช้ชีวิต เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจไปตลอดการเดินทาง ด้วยราคาเริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท

You might also like