Nulled24

เลกซัสเปิดตัวคอนเซปต์คาร์ “LF-Z Electrified” ที่จะกำหนดทิศทางให้กับเลกซัสเจเนอเรชั่นถัดไป

รถยนต์ไฟฟ้า LF-Z คือรถยนต์คอนเซปต์ BEV ที่เป็นสัญลักษณ์ของการพลิกโฉมแบรนด์เลกซัส ซึ่งรวมไว้ด้วยสมรรถนะการขับขี่ สไตล์ และเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งมีกำหนดให้ใช้งานจริงได้ภายในปี 2025 วิวัฒนาการครั้งสำคัญของสมรรถนะยานยนต์ที่มีพื้นฐานมาจากการใช้เทคโนโลยีไฟฟ้า อันเป็นเป้าหมายของวิสัยทัศน์ด้านพลังงานไฟฟ้าของเลกซัสหรือ “Lexus Electrified”  รถยนต์ไฟฟ้า LF-Z จะใช้แพลตฟอร์ม BEV ที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยมีเทคโนโลยีควบคุมพลังขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใหม่ที่เรียกว่า “DIRECT4” ซึ่งตอบสนองการขับเคลื่อนฉับไวด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าควบคุมล้อทั้งสี่ของรถยนต์ได้อย่างอิสระ เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือกว่าและมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้แตกต่างจากรถทั่วไป ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีการใช้ไฟฟ้าเข้ากับเทคโนโลยีควบคุมการขับเคลื่อนของรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนามายาวนาน เลกซัสมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประสิทธิภาพการขับขี่ในรูปแบบที่จะเชื่อมต่อผู้ขับเข้ากับรถยนต์ได้ดียิ่งขึ้น

เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ BEV อันเป็นเอกลักษณ์ ภายในรถประกอบด้วยห้องโดยสารส่วนควบคุมการขับขี่แบบ “ทาซึนะ” และมีรูปแบบเปิดโล่งสไตล์ “มินิมอลลิสต์” ทั้งยังยกระดับแนวทางการออกแบบที่เข้าถึงตัวผู้ขับขี่ที่เป็นศูนย์กลางตามแบบฉบับของเลกซัส อันเป็นฐานรากของแบรนด์เลกซัสมาตั้งแต่ปี 1989 ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เร้าอารมณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า LF-Z ได้รับการออกแบบด้วยความประณีต ตอกย้ำเอกลักษณ์ด้านการออกแบบของรถยนต์เลกซัส แสดงออกถึงความรู้สึกในการขับขี่ที่กระฉับกระเฉง และว่องไวด้วยพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง

การจัดวางชุดแบตเตอรี่ไว้ใต้พื้นรถในแนวยาวทำให้แชสซีมีความแข็งแรงมากขึ้น และจุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลงเพื่อเพิ่มความคล่องตัว นอกจากนี้การออกแบบลักษณะนี้ยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงไม่พึงประสงค์ที่เข้าสู่ห้องโดยสารอีกด้วย DNAความเงียบและความสบายของเลกซัสได้ถูกพัฒนาขึ้นมากอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ยังมีระบบ AI ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลไลฟ์สไตล์ ผ่านการสนทนาโต้ตอบรวมถึงการเรียนรู้พฤติกรรมและความชอบของผู้ขับขี่เพื่อแนะนำเส้นทาง ทั้งยังสามารถจองโต๊ะในร้านอาหารและอื่น ๆ ได้อีกด้วย เมื่อพัฒนาระบบป้องกันภัยและระบบรักษาความปลอดภัยควบคู่ไปด้วยแล้ว AI จะช่วยให้ประสบการณ์การเดินทางสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

รถยนต์ไฟฟ้า LF-Z คือพัฒนาการของ “เอกลักษณ์การขับเคลื่อนของเลกซัส” ประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใครจากเลกซัสมุ่งเน้นการตอบสนองอย่างต่อเนื่องตรงตามความตั้งใจของผู้ขับขี่ รวมถึงความรู้สึกในการเชื่อมต่อชะลอความเร็ว การบังคับเลี้ยว และการเร่งความเร็วในทุกสถานการณ์การขับขี่ รถยนต์ไฟฟ้า LF-Z สามารถรักษาสมดุลและเสถียรภาพในการชับชี่ได้อย่างดีเลิศ โดยการวางตำแหน่งแบตเตอรี่และมอเตอร์ไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฟฟ้าทำให้สามารถนำนวัตกรรมการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกมาใช้ได้ และยกระดับเอกลักษณ์การขับขี่ของเลกซัสให้สูงยิ่งขึ้นด้วยการพัฒนาสมรรถนะพื้นฐานของรถยนต์

เทคโนโลยีควบคุมพลังขับเคลื่อนสี่ล้อแบบใหม่หรือ DIRECT4 ช่วยให้สามารถควบคุมการขับเคลื่อนของมอเตอร์แรงบิดสูงได้อย่างอิสระ ทำให้สามารถควบคุมอาการของตัวรถได้อย่างละเอียดตามสัมผัสและการสั่งงานของมนุษย์ นอกจากนี้ การควบคุมล้อขับเคลื่อนหน้าและหลังเป็นอิสระจากกัน ยังทำให้ระบบสามารถเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนได้อย่างเหมาะสม เช่น ขับเคลื่อนล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือขับเคลื่อนทั้งสี่ล้อ ตามสถานการณ์การขับขี่แต่ละแบบ ระบบจะควบคุมการส่งแรงขับเคลื่อนโดยการประมวลผล และคำนวณการกดแป้นคันเร่งและการควบคุมพวงมาลัยแบบไร้รอยต่อ ทำให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังและประสิทธิภาพการบังคับเลี้ยวที่เร้าใจตรงกับความต้องการของผู้ขับขี่

การใช้ระบบบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าจะตัดความจำเป็นในการเชื่อมต่อด้วยกลไกผ่านแกนพวงมาลัยออกไป ส่งผลให้เกิดการโต้ตอบโดยตรงระหว่างส่วนควบคุมพวงมาลัยและแรงขับเคลื่อน การใช้ระบบนี้ทำให้รถยนต์มีมุมบังคับเลี้ยวที่แคบลง และมีความแม่นยำมากขึ้นในการตอบสนองการขับขี่ท่ามกลางสภาวะต่าง ๆ

รถยนต์ไฟฟ้า LF-Z เป็นโมเดลศึกษาที่เผยให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาสไตล์ของเลกซัส โดยมีเป้าหมายเพื่อออกแบบรถยนต์ให้มีรูปร่างที่เรียบง่ายและดึงดูดสายตา ผสานกับสัดส่วนที่ดูแข็งแกร่งและรูปโฉมภายนอกที่แตกต่าง โดยเฉพาะรูปทรงโดยรวมที่เริ่มต้นจากส่วนล่างบริเวณด้านหน้ารถและพุ่งสูงขึ้นไปด้านหลังตามแนวคิดของรถยนต์ BEV ตัวรถประกอบด้วยเส้นสายที่ต่อเนื่องโดยมีศูนย์กลางอยู่ภายในห้องโดยสารที่เรียบเนียน วงล้อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ได้รับการจัดวางให้ใกล้กับมุมทั้งสี่ของตัวรถมากที่สุด เพื่อเพิ่มระยะฐานล้อให้ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ

เลกซัสรับนำความท้าทายในการพัฒนารูปทรงแกนหมุนอันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัสให้กลายมาเป็นตัวถังรถยนต์รูปทรงแกนหมุน ซึ่งเป็นการถ่ายทอดสถาปัตยกรรมตัวถังรถยนต์โดยรวมออกมาในรูปแบบใหม่ เป้าหมายคือเพื่อออกแบบรูปทรงสามมิติที่แปลงรูปทรงตัวถังรถยนต์เองให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์เลกซัส และพัฒนาการแสดงออกในด้านการใช้งานและสไตล์ควบคู่ไปกับพัฒนาการของเทคโนโลยี การใช้ DIRECT4 ซึ่งควบคุมพลังขับเคลื่อนของล้อทั้งสี่อย่างอิสระ ทำให้สามารถปรับแต่งภาพการขับขี่ที่ลื่นไหลด้วยแรงขับเคลื่อนที่ส่งผ่านอย่างต่อเนื่อง เส้นสายบานประตูลากจากล้อหน้าสู่ล้อหลังอย่างกลมกลืน ล้อมกรอบด้วยลวดลายตัวถังที่มีความแวววาวและเด่นชัด

ด้านหลังของตัวรถมีการออกแบบพื้นที่แนวนอนที่เรียบง่ายสะอาดตา ผนวกกับลวดลายตัวถังที่นำสายตาไปสู่วงล้อ เน้นให้เห็นฐานล้อขนาดใหญ่ที่รองรับพละกำลังการขับเคลื่อนด้วยแรงบิดมหาศาล นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์ “LEXUS” ทอดตัวตามแนวนอนภายในโคมไฟรูปทรงปราดเปรียวที่รวมไฟสัญญาณทุกดวงเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อรวมกับการออกแบบด้านหน้าของตัวรถแล้วจึงเสริมสไตล์การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเลกซัสในเจเนอเรชันถัดไป

เพื่อแสดงถึงแนวทางการวางผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางของเลกซัสในระดับที่สูงยิ่งขึ้น อันเป็นรากฐานของแบรนด์เลกซัสมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ส่วนควบคุมการขับขี่จึงได้รับการออกแบบตามคอนเซปต์ใหม่ที่เรียกว่า “ทาซึนะ” (“ทาซึนะ” ภาษาญี่ปุ่นหมายถึง “บังเหียน”) คอนเซปต์นี้ได้แรงบันดาลใจจากความสัมพันธ์ระหว่างม้ากับคนขี่ม้าที่สื่อสารกันผ่านบังเหียนเพียงเส้นเดียว สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ จึงติดตั้งอยู่ที่พวงมาลัย ตัวรถมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลที่ออกแบบให้สอดรับกันอย่างดีเยี่ยม เพื่อสร้างพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้หลายฟังก์ชัน เช่น ระบบการนำทาง ระบบเครื่องเสียง และการเลือกโหมดการขับขี่ที่เข้าถึงได้ขณะที่ผู้ขับขี่ใช้สมาธิกับการขับรถโดยไม่ต้องละสายตาหรือควบคุมสั่งการปุ่มต่าง ๆ ที่ซับซ้อน

ส่วนควบคุมการขับขี่เป็นหัวใจหลักของตัวรถ โดยมีการจัดวางแผงควบคุมไว้ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับผู้ที่นั่งอยู่ในห้องโดยสาร รวมถึงใช้วิธีการอื่น ๆ เพื่อสื่อถึงความ “มินิมอล” อันสดใหม่ และพื้นที่ที่ให้ความรู้สึก “โอโมเตนาชิ” อย่างแท้จริง

ภายในทั้งหมดออกแบบให้สะอาดตาและอัดแน่นด้วยคุณภาพ ด้วยรูปทรงแบบไร้รอยต่อที่เชื่อมชายกระจกบังลมเข้ากับประตูหน้าและยาวต่อไปจนถึงประตูหลัง นอกจากนี้หลังคา “พาโนรามิก” ยังใช้แผ่นกระจกยาวที่สร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง เน้นย้ำบรรยากาศของความ “มินิมอล”  หน้าจอแสดงผลเสมือนจริง มาตรวัด หน้าจอสัมผัส และฟังก์ชันให้ข้อมูลอื่น ๆ จัดกลุ่มรวมกันเป็นโมดูลเดียว ฟังก์ชันระบบการขับขี่ต่าง ๆ จะรวมกันอยู่รอบพวงมาลัย แสดงถึงทิศทางการออกแบบภายในเจเนอเรชั่นหน้าของเลกซัสที่จะขยายการมองเห็นออกไปด้านหน้ารถ และเชื้อเชิญให้ผู้ขับขี่มองไปด้านหน้าโดยธรรมชาติ

ในรถยนต์ไฟฟ้า LF-Z ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเรียนรู้ลักษณะความต้องการและพฤติกรรมของผู้ขับขี่จะคอยให้การสนับสนุนผู้ขับขี่อยู่ตลอดเวลา การสื่อสารด้วยเสียงพูดจะช่วยให้การควบคุมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในขณะขับขี่ ระบบจดจำเสียงพูดมีการใช้ AI ใหม่ล่าสุดเพื่อจดจำ เรียนรู้ และปรับให้เข้ากับนิสัยและความต้องการของผู้ขับขี่ เพื่อช่วยทำงานต่าง ๆ อย่างเช่นการระบุเส้นทางในการขับขี่และการจองโต๊ะในร้านอาหาร การโต้ตอบในลักษณะนี้ระหว่าง AI กับผู้ขับขี่จะนำไปสู่การสนทนาที่มีประโยชน์อย่างมาก และทำให้ประสบการณ์การเป็นเจ้าของและการขับขี่โดยรวมดียิ่งขึ้น เพิ่มสีสันให้กับชีวิตของผู้ใช้เสมือนมีผู้ดูแลไลฟ์สไตล์ส่วนตัว

นอกจากการควบคุมตัวรถด้วยสมาร์ทโฟนอย่างเช่นการล็อกและปลดล็อกประตูรถแล้ว การใช้กุญแจดิจิทัลยังช่วยให้ครอบครัวและเพื่อนสามารถเข้าถึงตัวรถได้โดยไม่ต้องมีการส่งมอบกุญแจเหมือนเคย การอนุญาตให้ผู้บริการใช้กุญแจดิจิทัลเข้าสู่ตัวรถได้จะทำให้บริการต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับตัวรถเป็นไปได้ อย่างเช่นการนำส่งพัสดุที่ตัวรถหรือบริการคาร์แชร์ริง ทำให้ชีวิตของผู้มีรถยนต์มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ระบบล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ (อี-แลตช์) ช่วยให้การเปิดและปิดประตูราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะขึ้นรถ มือจับประตูแบบซ่อนได้ โดยจะยกตัวขึ้นเหนือพื้นผิวตัวถังรถอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารเข้าใกล้ตัวรถและถือกุญแจไว้ในมือ จะสามารถล็อกและปลดล็อกประตูได้อย่างง่ายดาย โดยแตะที่เซ็นเซอร์บริเวณด้านในของมือจับประตู ขณะลงจากรถก็สามารถเปิดประตูรถได้โดยกดที่สวิตช์เปิดประตู ประโยชน์ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ เซ็นเซอร์ของรถยนต์ไฟฟ้า LF-Z จะตรวจสอบพื้นที่โดยรอบว่ามีรถสวนมาหรือเบียดด้านข้างหรือไม่ก่อนที่ผู้โดยสารจะออกนอกตัวรถ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งให้แก่ผู้โดยสาร

หลังคากระจกพาโนรามิกช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งใช้กระจกแบบปรับระดับความเข้มอ่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมติดตั้งระบบความบันเทิงอย่างเช่น การปรับลดแสงเพื่อความเป็นส่วนตัวและลดความร้อน หรือปรับให้สว่างขึ้นเพื่อให้มองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน ที่บริเวณกลางกระจกมีแผงควบคุมแบบสัมผัสที่เชื่อมเบาะนั่งตอนหน้ากับตอนหลังเข้าด้วยกันและใช้ในการสื่อสารระหว่างผู้โดยสาร เบาะหลังสามารถปรับเอนได้พร้อมด้วยฟังก์ชันเบาะนวดเพื่อให้การเดินทางของผู้โดยสารทุกคนเป็นช่วงเวลาที่สงบและผ่อนคลาย

ระบบเครื่องเสียงเจเนอเรชั่นล้ำยุคจาก “Mark Levinson”  ให้สัมผัสประสบการณ์ระดับคอนเสิร์ตฮอลล์ ฟังก์ชั่นการจัดการเสียงแห่งยุคหน้านี้มีคุณสมบัติตัดเสียงรบกวน ช่วยสร้างสุนทรียภาพความเป็นส่วนตัวให้กับผู้โดยสาร และทำให้พื้นที่ภายรถมีความเงียบสงบและสะดวกสบาย

You might also like