Nulled24

เบนท์ลี่ย์ Mulsanne รถหรูแรง

ปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่จะใช้สายพานการผลิตโดยมีหุ่นยนต์มาช่วยผลิตและประกอบเพื่อให้มีต้นทุนที่ต่ำผลิตๆได้เยอะๆ   รถแต่ละคันจึงใช้เวลาไม่นานก็สร้างเป็นคันได้แล้ว แต่นั่นก็เป็นความแตกต่างไปจากเบนท์ลี่ย์ เพราะค่ายนี้จะใช้แรงงานคนในการผลิตรถเพื่อให้ได้รับรู้และใกล้ชิดกับคุณสมบัติต่างๆของวัสดุแต่ละชิ้น

โรงงานของเบนท์ลี่ย์อยู่ในดินแดนเชสเซีย เมือง CREWE  ทางตอนใต้ของเมืองแมนเชสเตอร์ เป็นอาคารอิฐสีแดงของ Pyms Lane บนพื้นที่กว่า 80 เอเคอร์ ที่รวมเอาช่างฝีมือดั้งเดิมมาผสมกับเทคโนโลยีการผลิตทันสมัยรวมเอาไว้ด้วยกัน

แม้ว่าจะมีช่างฝีมือกว่า 3000 คน แต่การผลิตรถแต่ละคันกลับต้องใช้เวลาถึงสองเดือนกว่าในแต่ละคัน เป็นเพราะว่ากว่า 50 % ของเบนท์ลี่ย์จะต้องใช้มือคนสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา

      หน้าตาของเบนท์ลี่ย์ไม่ต่างไปจากรถคลาสสิคทั้งหลาย กับตัวถังขนาดใหญ่ที่ดูเทอะทะ เพื่อความกว้างขวางสะดวกสบายของผู้โดยสารภายในรถ เป็นหน้าตาที่ดูคุ้นเคยกันมานาน อาจมีบางอย่างที่ดูแตกต่างออกไป อย่างไฟหน้าจะถูกตกแต่งด้วยหลอด LED ติดใกล้ตะแกรงหน้ารถมากขึ้น ส่วนไฟรันนิ่งไลท์จะติดตั้งขนาบข้างเพื่อรำลึกถึงเบนท์ลี่ย์ปี 1930

วัสดุที่ใช้ก็จะเป็นเหล็กที่หนาบางต่างกัน สำหรับความพิเศษสะดุดตาที่ดูลงตัวเวลาสัมผัสในความเป็นรถคลาสสิคทันสมัย  ถูกออกแบบให้โดดเด่น งดงามและเป็นสง่า ถึงจะเป็นรถตัวถังใหญ่ แต่ความปราดเปรียวนั้นมีให้เห็นอย่างชัดเจน  จากประสบการณ์ในการผลิตรถยนต์มากกว่า 90 ปี

      Mulsanne  จะเป็นรถขนาดใหญ่แค่น้ำหนักรถเปล่าก็ปาเข้าไป 2,585 กก.แล้ว จากตัวรถที่ยาว 5,575 มม. กว้าง 2,208 มม. และสูง 1,521 มม. มีฐานล้อยาว 3,266  มม.

เครื่องยนต์ถูกปกปิดเกือบมิดชิดโผล่ออกมาให้เห็นเพียงนิดเดียว เป็นเครื่องยนต์ขนาด 6,752 ซีซี ที่ให้กำลังสูงสุด 512 แรงม้า ที่ 4,200 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดสูงสุด 1,020 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียง 1,750 รอบต่อนาที

      ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่มีการปรับโหมดได้และมีให้เลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้การเลือกแบบนุ่มนวลก็จะได้อัตราเร่งมาแบบกลางๆ ช่วงล่างนุ่ม  เข้าโค้งแคบจะไม่กระชับเท่าไหร่ พอเป็นโหมดสปอร์ตที่มากับความกระฉับกระเฉง พวงมาลัยพร้อมช่วงล่างทำให้อัตราเร่งดีขึ้นเยอะ เห็นได้ชัดจากหน้าที่เชิดขึ้นมาเมื่อกดคันเร่งแรงๆ โดยรถไม่เสียอาการทรงตัวแต่อย่างใด แม้ว่าจะเจอแรงบิดสูงส่งลงล้ออยู่ก็ตาม การเลือกเกียร์แบบสปอร์ต ปรับช่วงล่างและพวงมาลัยแบบเบนท์ลี่ย์ ที่จะปรับเปลี่ยนไปตามสภาวะของการขับช่วงนั้น  เพื่อให้รถมีการทรงตัวที่ดีขึ้น เมื่อทำให้รถเสียหลักระบบควบคุมการทรงตัวจะทำงานเพื่อให้รถกลับเข้ามาอยู่ในเส้นทางอีกครั้ง

      เป็นรถที่คนจะเลือกนั่งด้านหลังมากกว่าด้านหน้า เพราะความหรูหราที่มีมาให้โดยเฉพาะเบาะหลังที่ได้เบาะหนานุ่มกว้างขวางนั่งสบาย

      สำหรับเครื่องหนังและแผ่นไม้วีเนียร์ที่ติดรถมาให้ก็ดูหรูหราแล้ว เป็นงานไม้ที่ให้ความรู้สึกไม่เหมือนใครพวกสวิตซ์ต่างๆ ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากการตกแต่งภายในของเบนท์ลี่ย์คลาสสิกเมื่อปีก่อน แต่ภายใต้ความคลาสสิกก็มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยซ่อนอยู่

      ระบบอิเลคโทรนิคชั้นนำไปจนถึงแอร์ที่แยกได้ถึง 4 โซน พร้อมคุณภาพจากเครื่องเสียงชั้นดีที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษจาก Naim บริษัทเครื่องเสียงชั้นนำของอังกฤษ มีช่องรับสัญญาณกว่า 20 ช่อง พร้อมลำโพงกว่า 20 ตัว แยกกับ 8 โหมด DSP พร้อมฟังก์ชั่น Active Audio Enhancement ที่รีดพลังเสียงได้ถึง 2,200  วัตต์

จากจุดเด่นทั้งหลาย ทำให้เลือกไม่ถูกว่าจะเป็นคนขับหรือคนนั่งดี เพราะการสร้างรถคลาสสิกหรูให้มีเครื่องยนต์แรงนั้นได้ทั้งในเรื่องสนุกเวลาขับขี่และความสบายเมื่อเป็นผู้โดยสารนั่นคือ จุดเด่นที่มีอยู่ใน Mulsanne คันนี้

You might also like