Nulled24

สตาวิคปรับโฉม

สตาวิคเป็นการผสานของความเป็นรถอเนกประสงค์ของรถเอสยูวีกับรถเอ็มพีวีเข้าไว้ด้วยกัน โดยยังคงความภูมิฐานและความหรูหรา ตอบสนองการใช้งานในทุกๆ ด้านของรถ 11 ที่นั่งที่มีราคาไม่แพงมากนัก ซึ่งรถรุ่นนี้จะมีให้เลือก 3 รุ่นคือ SV 200 , SV 200 4WD และ  SV 320 รุ่นนี้จะเป็น SV 200 เป็นรถ MPV ค่าตัวใหม่ๆอยู่ที่ 1,780,000 บาท ราคานี้สำหรับรถนำเข้าตัวถังใหญ่ๆ แบบนี้ราคาไม่แพง

การออกแบบสตาวิคโดดเด่นด้วยกระจังหน้า มีการออกแบบรูปโฉมให้ดูสปอร์ตมากขึ้น โคมไฟหน้าถูกออกแบบให้มีเหลี่ยมซึ่งรวมชุดไว้ในโคมเดียวกัน ใช้ด้านบนเป็นไฟเดียวสีเหลือง ด้านข้างเป็นไฟหนาโปรเจคเตอร์ วางอยู่ในระดับเดียวกับไฟต่ำที่แยกออกมา

เพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ รางหลังคาจึงถูกติดตั้งมาให้ยาวเกือบจรดกระจกบานหน้าเพื่อให้ติดตั้งแร็คหลังคา สำหรับการบรรทุกสัมภาระเยอะๆ แบบรถอเนกประสงค์

สตาวิค จะถูกเลือกมาสำหรับการใช้เป็นรถเดินทาง ด้วยเบาะนั่ง 4 แถวก็เต็มพื้นที่แล้ว หากมีสมาชิกเต็มคันย่อมที่จะหาพื้นที่เก็บสัมภาระยากเพราะเบาะแถวหลังสุดจะถูกติดตั้งเอาไว้ชิดประตูหลังแล้ว การขนสัมภาระเยอะๆ จึงต้องยกไปไว้ที่เบาะหลังแทน ขาดความสะดวกไปบ้างเมื่อต้องพกกุญแจที่มีรีโมท เวลาเปิดประตูจะต้องใช้ไขเอา และยังคงเป็นการไขกุญแจสตาร์ทแบบรถรุ่นเก่าๆ อยู่ สำหรับรถราคาขนาดนี้หากได้กุญแจรีโมทคงจะดีไม่น้อย

เบาะนั่งคู่หน้าไม่สูงนักทำให้ได้ท่านั่งสบายๆ การปรับเบาะก็เป็นไฟฟ้า ง่ายและทำได้ละเอียด พวงมาลัยวงใหญ่ที่มีปุ่มควบคุมติดตั้งมาให้พร้อม รูปทรงของแผงมาตรวัดยังคงคล้ายๆกับรุ่นเก่าติดตั้งอยู่ตรงกลางไว้ให้ผู้โดยสารนั่งลุ้น ส่วนของคนขับมีมาตรวัดความเร็วดิจิตอลเล็กๆ ติดไว้หลังพวงมาลัย

เบาะนั่งแต่ละแถวจะมีความหลากหลายในการใช้งาน สามารถพับพนักพิงลงมากลายเป็นโต๊ะ หรือ พื้นที่วางของได้เมื่อมีผู้โดยสารไม่มาก หากมีเยอะก็ต้องเลือกพับเอา

เบาะแถวหลังสุดจะสามารถพับพนักพิงลงมาหรือจะปรับพับแล้วยกขึ้นไปพิงกับเบาะแถว 3 ยังได้ หากมีสัมภาระที่ต้องการเก็บไว้ในรถ เพื่อความปลอดภัย

ในสตาวิครุ่นแรกจะไม่ค่อยประทับใจกับเครื่องปรับอากาศ เวลาเจอแดดร้อนๆ ช่วงหน้าหนาวยังเอาไม่อยู่ ซึ่งต่างกันเยอะกับสตาวิคใหม่ มีการแยกตู้แอร์ด้านหลังมาให้ สามารถปรับความเย็นได้ตามต้องการ โดยมีปุ่มปรับความแรงลมติดไว้ด้านหน้า

ขุมพลังในซันยองสตาวิค เป็นเทคโนโลยีของเยอรมัน จึงไม่ได้โลโก้เบนซ์มาติดไว้บนเครื่องยนต์  ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ DOHC คอมมอนเรลเทอร์โบดีเซล ความจุ 1,998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,800 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลังเป็นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นเกียร์อัตโนมัติ T-Tronic 5 สปีด อัตราเร่งทำได้รวดเร็ว แม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 2 ลิตร แต่มีแรงบิดเยอะ ในรอบต่ำ ทำให้การเร่งแซงทำได้รวดเร็ว  โหมดเกียร์ยังมีให้เลือกแบบขับบนถนนเปียกและแบบสปอร์ตมาให้ รอบเครื่องยนต์ 2,100 รอบต่อนาที ที่ความเร็ว 100 กม./ชม.

ช่วงล่างนุ่มๆ หน่อยสำหรับสตาวิค กับการใช้ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกสองชั้น ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ แต่ก็ช่วยให้ผู้โดยสารนั่งได้สบายๆ พวงมาลัยเบามือไปนิด ทำให้ขาดความมั่นใจไปบ้างเวลาใช้ความเร็วสูงๆแต่ยังคุมรถได้อยู่

You might also like